หน้าแรก     รายละเอียดโครงการฯ     บทความ     ข่าวสารพลังงาน     ถาม-ตอบ     สมัครรับข่าวสาร     ปาล์มน้ำมัน     สบู่ดำ     สมุดเยี่ยม     เวปไซด์ที่น่าสนใจ

  ฟื้นนาร้างยกร่องปลูก"ปาล์ม" ชุบชีวิตนาชาวเมืองคอนดีขึ้น


            วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดย คม ชัด ลึกออนไลน์
เมื่อมนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ หากจำต้องดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์บนผืนมรดกของบรรพบุรุษ คงต้องเรียนรู้วิธีปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ ไม่เว้นแต่ สว่าง ชูสุวรรณ์ เกษตรกรวัย 65 ปี อยู่ที่ ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ในอดีตต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ จนทำนาไม่ได้ผล ต้องทิ้งที่นาไปรับจ้างบริษัทเอกชน เพราะกลัวลูกเมียจะอดตาย

ทว่าราวปี 2539 เมื่อ "สว่าง" เริ่มเห็นแสงสว่างนำทางชีวิตตามหลักการ "ใช้ธรรมชาติควบคุมธรรมชาติ" กล่าวคือ นำองค์ความรู้จากหลายส่วนมาผนวกกัน กระทั่งสามารถคิดวิธีพลิกฟื้นนาร้างสำหรับปลูก "ปาล์มน้ำมัน" อย่างได้ผล โดยใช้วิธี "ยกร่อง" รวมทั้งเลี้ยงโคเนื้อเสริมในสวนปาล์ม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้อนาคตของเขาไม่มืดมนแล้ว เพราะ "สว่าง" มีรายได้เข้ากระเป๋าเฉลี่ยหลายแสนบาทต่อปี

เส้นทางการต่อสู้กับธรรมชาติของเกษตรกรลุ่มน้ำปากพนังรายนี้ ใช่ว่าจะบรรลุความสำเร็จเพียงชั่วข้ามคืน สว่าง เล่าว่า การทำนาข้าวอาชีพดั้งเดิมที่เขาสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ จนกระทั่งเมื่อหลายสิบปีก่อนนาข้าวประสบปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ได้ข้าวไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ปรึกษากับภรรยาว่า ถ้าฝืนทำนาต่อไปคงอดตายแน่ จากนั้นจึงเบนเข็มชีวิตจากเกษตรกรสู่ลูกจ้างบริษัท รับผิดชอบงานในสวนปาล์มน้ำมันที่ จ.กระบี่ ส่วนผืนนาราว 34 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำต้องปล่อยให้ทิ้งร้าง

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ด้านปาล์มน้ำมันกว่า 20 ปี ต่อมาเมื่อปี 2539 สว่างมีแนวคิดกลับมาพลิกฟื้นที่นา ซึ่งปล่อยทิ้งร้างให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง สำหรับปลูกปาล์มน้ำมันพร้อมทั้งนำเทคนิคการไถ "ยกร่อง" ขนาดกว้าง 10 เมตร ส่วนความลึกวัดจากก้นร่องถึงปากหลุมปลูกได้ 1.5 เมตร ทั้งนี้ พื้นที่ 1 ไร่ปลูกปาล์มได้ 22 ต้น ใช้วิธีปลูกแบบสลับเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เพื่อให้ใบปาล์มได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง นำร่องครั้งแรก 20 ไร่ ใช้ทุนประมาณ 7 หมื่นบาท

"ยกร่องเสร็จแล้วใช่ว่าจะปลูกปาล์มได้เลย ผมต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน เพราะที่ถูกปล่อยร้างมานาน ต้องปรับสภาพก่อนถึงจะปลูกพืชได้ผล และเลือกปาล์มพันธุ์ชาเมร่า ซึ่งเหมาะกับสภาพพื้นที่มากที่สุด โดยธรรมชาติปาล์มน้ำมันไม่ชอบพื้นที่น้ำท่วมขัง พอผมแก้ปัญหาด้วยวิธียกร่องน้ำก็ท่วมไม่ถึงโคนต้น ถือว่าได้ผลดี ทุกวันนี้ปาล์มให้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 5 ตัน ผมมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายปีละ 3 แสนบาท ดีกว่าทำนาหรือไปเป็นลูกจ้างเขา" สว่าง กล่าว

เกษตรกรเมืองคอน บอกอีกว่า เมื่อปี 2549 ได้ยื่นกู้เงินดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 จาก ส.ป.ก.จำนวน 5 หมื่นบาท สำหรับบำรุงต้นปาล์มและพัฒนาพื้นที่เกษตร รวมทั้งซื้อโคเนื้อมาเลี้ยงในสวน 6 ตัว โดยใช้ใบปาล์มน้ำมันสด ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่ามีโปรตีนสูงถึง 7 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงโค และให้เล็มหญ้าในสวน ส่วนมูลโคก็เป็นปุ๋ย ทำให้ลดต้นทุนไปได้ไม่น้อยทีเดียว อีกทั้งสามารถขายโคได้อีกปีละ 1 คู่ ราคา 3 หมื่นบาท

"ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ อย่างเมื่อก่อนผมว่าที่ดินของผมจะปลูกปาล์มน้ำมันได้ เพราะอยู่ใกล้ป่าพรุและน้ำท่วมถึงได้ง่าย กระทั่งได้ศึกษาเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำรา หรือบุคคล สุดท้ายเราก็ประสบความสำเร็จ ถึงจะใช้เวลานานหลายปี แต่ก็ดีกว่าไม่คิดทำอะไรเลย" สว่าง กล่าวอย่างภูมิใจ

ทุกวันนี้ สวนของ "สว่าง" กลายเป็นห้องเรียนกลางแจ้ง สำหรับผู้สนใจการปลูกปาล์ม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำกินใกล้ป่าพรุ



บันทึกเมื่อ : 5/3/2008